วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ไร้ความรู้สึก สิ้นคิด ก็รอวันสิ้นชาติ


โสภณ องค์การณ์
 ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์
       
        “อย่ารู้สึกไปเอง คิดเอาเอง” เป็นวจียอดฮิตของเสนาบดีใช้เป็นข้อแก้ตัวเมื่อเผชิญสถานการณ์ย่ำแย่ ปัญหาแก้ไม่ตก และสิ้นท่าในการสรรหาคำอธิบายให้ดูว่ายังมีสติปัญญาหลงเหลือติดกะโหลก ในกิจกรรมสุมหัวโกยผลประโยชน์จากการเมือง
         ชาวบ้านได้ยินรัฐมนตรี เสนาบดีกากๆ ขี้ครอก ตีฝีปากโชว์ลูกเล่นเมื่อตอบคำถามผู้สื่อข่าวหลังจากเกิดเหตุฉาวโฉ่ ฟ้องให้เห็นชัดว่าคนในรัฐบาลแม่นางโพยปูโพรกเน่าในนั้นคิดเองไม่เป็น ภายไต้สโลแกน “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” 
           พวกเสนาบดีกากเดนสังคมจะทำอะไรทุกครั้ง ต้องรอฟังคำสั่ง “ทักษิณ” คนหนีคุก หนีหมายจับในคดีก่อการร้าย เป็นตัวปัญหาให้คนไทยต้องจมอยู่ในสารพัดทุกเข็ญ เลือดตาแทบกระเด็น อนาคตมืดมน บ้านเมืองรอวันล่มจม
        เมื่อตัวเองต้องฟัง “ทักษิณ” โดยตลอด คิดเอง รู้สึกเองไม่เป็น ตายด้าน ก็เลยทึกทักว่าคนอื่นไม่ควรรู้สึก หรือคิดเอาเอง ไร้อิสระทางความคิด
          หลายคนเป็นรัฐมนตรีหลังจากเริ่มต้นทำงานรับราชการมายาวนานจนเกษียณอายุ อยู่ในเบ้าหลอมของประเพณี รูปแบบการทำงานภายไต้กฎ ระเบียบราชการ ห้ามเถียง ห้ามอวดรู้ เก่งกว่าเจ้านาย ต้องยืนกุมเป้ารับคำสั่งอย่างเดียว
         ซีกสมองส่วนที่ทำงานได้เก่ง คือการจ้องหาช่องทางก้าวหน้าในอาชีพ เลียแข้งเลียขาเจ้านาย เลื่อยขาเก้าอี้เพื่อนร่วมงาน ตีกันคนอื่น ซ่อนดาบไว้ในรอยยิ้ม ต้องมีคุณสมบัติลิ้นกระดาษทราย น้ำลายชะแล็ก ตามด้วยลงแวกซ์ขนหายเกลี้ยง
          เมื่อไต่ตำแหน่งตามลำดับ จากการซื้อ การเลีย ผลสำเร็จสูงสุดคือการนั่งบนเก้าอี้มีช่องทางโกงกินให้ตัวเองและส่งต่อให้เจ้านาย เป็นระบบกังฉินบูรณาการ ทำครบวงจร! หลักฐานชัดเจนคือแก๊งโจรเข้าปล้นบ้านปลัด ได้หลายร้อยล้าน
         เงินมัดรวมกันใส่ถุงซุกในตู้เสื้อผ้า รองานก่อสร้างห้องไต้ดินให้เสร็จ!
         ตำรวจติดตามจับตัวผู้ร้ายมาได้เกือบครบ เงินก้อนใหญ่ยังล่องหน เรื่องก็เงียบหาย มีเพียงเสียงซุบซิบกันว่าทุกฝ่ายเกี้ยเซียะ ซูเอี๋ย แบ่งปันกันลงตัวแล้ว ปล่อยเรื่องเงียบสักระยะ ชาวบ้านลืม แล้วหาทางเป่าคดี บรรเทาเหตุให้เบาบาง
        ด้วยเหตุนี้ พวกเสนาบดีขี้ข้า คิดเองไม่เป็นจึงไม่อยากให้ชาวบ้านซักไซ้ ไต่ถามว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมือง ถ้าโดนจี้หนักๆ ไม่รู้จะเลี่ยงตอบอย่างไร ก็ใช้ไม้ตายเดิม คือความหน้าด้าน จัดกิจกรรมฉาว เบี่ยงเบนความสนใจขอวชาวบ้าน
          ยิ่งมีสื่อกำมะลอ ตีกิน รับจ้างนักการเมืองช่วยประโคมเรื่องอื่นๆ ด้วยแล้ว ทำให้กลบความฉาวเร็ว ใครคิดรื้อฟื้นมาไล่บี้ให้ตอบ จะยากในการปลุกกระแส! ตัวอย่างเรื่อง ว.5 โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ นั่นไง ทุกวันนี้ยังไม่มีใครให้ความกระจ่าง
             เมื่อเป็นความเงียบ หลังจากใช้ลูกเล่น แถ แหล ดื้อด้านแบบหน้าใส ชาวบ้านยิ่งมีเหตุผลสรุป เชื่อได้เลยว่าข้อสงสัย คำร่ำลือถึงพฤติกรรมอย่างที่ว่านั้น “เป็นเรื่องจริงแน่นอน” เจ้าตัวไม่ทุกข์ร้อน ยังลอยหน้าลอยตายิ้มสู้โลกเบี้ยวต่อไป


       
        “รู้ก็รู้ไปซิ รู้แล้วทำอะไรชั้นได้” “ช่างมัน ชั้นไม่แคร์” จะด้านซะอย่าง ว่างั้นเถอะ! แต่เสนาบดีลิ้นทองสมองฝ่อจะไม่ให้ชาวบ้านรู้สึกเอง คิดเอง เมื่อทนกับวิกฤติของแต่ละคนนั้น ทุเรศเกินไป! ใครทำได้ต้องเป็นทาสไม่ยอมถูกปลดปล่อย
            เมื่อบ้านเมืองตกอยู่ในสภาพน่าสังเวช เสนาบดีคิดเอง ทำเองไม่ได้ รอคำสั่งจากคนหนีคุก เร่ร่อนอยู่ต่างประเทศ ไม่รับรู้สภาวะแท้จริง ก็เหมือนเรือไร้กัปตัน
           ชะตากรรมของประเทศจึงถูกกำหนดโดยผู้ร้าย อาชญากรหนีคุก หนีหมายจับผู้ก่อการร้าย! ไม่ต่างจากพวกอาชญากร เจ้าพ่อในคุก สั่งงานฆ่าคน ซื้อขายยาเสพติด มีเครือข่ายสมุนลิ่วล้อจงรักภักดีเป็นทาสเงินอย่างเป็นระบบ
            การบริหารบ้านเมืองปัจจุบันจึงเหมือนอาชญากรสั่งงานผ่านตัวแทนโคลนนิ่งให้ทำทุกอย่างตามลำดับ เป็นหุ่นยนต์ควบคุมโดยระบบรีโมท และหุ่นยนต์สั่งงานให้บรรดาทาสปฏิบัติงานให้สำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง ตีกินไปแต่ละวัน
       


        เราต้องทนเห็นเสนาบดียกระดับจากไพร่ขี้ครอกเป็นอำมาตย์ขาดสติปํญญา แสดงความขี้เท่อ เป็นจำอวดไร้ราคายิ่งกว่าตลกซกมก ทำตัวเป็นรัฐมนตรีระดับสวนผัก ขับแท็กซี่! เล่นลิ้น นึกว่าคนเสียภาษีกินหญ้าแทนข้าว
        คนดีไร้ที่พึ่ง เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายถูกมองว่าตั้งหน้าตั้งตารับใช้โจรอย่างไร้ศักดิ์ศรี ยางอาย ตากหน้ากินเงินเดือน ขาดจิตสำนึกของความเป็นคน! นี่ไม่ใช่เพียงยุคผู้ดีเดินตรอก ขี้ครอกเดินถนน แต่รัฐไทยถูกลดระดับเป็นรัฐไต้อำนาจโจร
        มีชนเผ่าเสื้อแดงเป็นกลุ่มอิทธิพล ใหญ่กร่างคับเมือง เจ้าหน้าที่ยอมซูฮก สยบ ไม่กล้าดำเนินคดี เมื่อเห็นป้าย ธงแดง ประกาศศักดา ทำตัวเหนือกฎหมาย
        คน 15 ล้านอาจทนได้ เพราะเลือกเครือข่ายอาชญากรมาแล้ว ชอบหรือไม่ชอบต้องกล้ำกลืนฝืนทน จะยอมรับว่าเป็นเหยื่อของนักต้มตุ๋น ผีบุญการเมือง ก็กลัวโดนเยาะว่าโง่ดักดาน เห็นแก่เงินเล็กน้อย แลกกับใบอนุญาตขายชาติ
       
        ว่าแต่คนที่เหลือ 50 ล้าน คิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร กับสภาพการณ์เช่นนี้!
       


        จะรับ อดทนกับสภาวะเช่นนี้ได้อีกนานเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าบ้านเมืองเสี่ยงต่อการหายนะจากวิกฤติสารพัด รุมเร้าเป็นไฟสุมขอน รากฐานแผ่นดินเสื่อมทรุด
        มีกลุ่มต่างๆ เดินหน้าทำกิจกรรมเปิดหู เปิดตา ให้ความรู้ ข้อมูลประชาชน โดยหวังว่าเวลาที่ผ่านไป ความล้มเหลวในผลงานของเครือข่ายสมุนการเมืองของอาชญากรเร่ร่อนหนีคุก จะทำให้พวกงมงายหายหน้ามืดตามัว ปลดแอกจากหลัง
       เรารอดพ้นจากศึกสงคราม การล่าอาณานิคม จะมาล่มจมด้วยน้ำมือคนหนีคุก ยอมให้แผ่นดินไทยถูกแปรสภาพเป็นรัฐโจรปล้นทรัพยากรจนสิ้นชาติเช่นนั้นหรือ? หรือคนไทยสิ้นความรู้สึก คิดเองไม่ได้ ไร้สติปัญญา ความกล้าหาญ? 


ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:
www.manager.co.th : 18 พฤษภาคม 2555 19:09 น.
ภาพประกอบจาก  Internet


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น