วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555

โกงที่วัด ให้ ทักษิณตราบาปติดตัว ยงยุทธ วิชัยดิษฐ

ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์

คดีโกงที่ดินธรณีสงฆ์ เอาไปสร้างสนามกอล์ฟอัลไพน์ และบ้านจัดสรร เป็นผลงานชิ้นแรกที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ แสดงตัวให้ นช. ทักษิณ ชินวัตร เห็นว่า เขายอมเป็นทาสรับใช้ ยอมทำทุกอย่างที่ นช. ทักษิณต้องการ โดยไม่สนใจว่า ตนเอง เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มีหน้าที่ต้องรักษากฎหมาย ดูแลผลประโยชน์ส่วนรวมไม่ใช่ตอบสนองผลประโยชน์ส่วนตัวของนักการเมือง
      ชิ้นเนื้อที่ นช.ทักษิณ โยนให้ นายยงยุทธ เป็นรางวัลตอบแทนคือ แต่งตั้งให้เป็น ปลัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2545 ก่อนที่เขาจะเกษียณอายุราชการ เพียง 8 เดือน หลังจากนั้น นายยงยุทธ ก็ปวารณาตัวเป็นข้ารับใช้ นช.ทักษิณและตระกูลชินวัตรเรื่อยมา จนได้ดิบได้ดี ครองตำแหน่งเจ้ากระทรวงมหาดไทย และรองนายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน
      ก่อนหน้าที่นายยงยุทธจะได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยเพียงไม่กี่วัน นายยงยุทธ ซึ่งเป็นรองปลัดกระทรวงที่ทำหน้าที่รักษาการปลัดในขณะนั้น ได้ลงนามในคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของกรมที่ดิน ที่ให้เพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิ นิติกรรม และโฉนดที่ดิน เกี่ยวกับที่ดิน อัลไพน์ ตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา
      คำสั่งของนายยงยุทธนี้ เป็นการ “ หักดิบ” กฎหมาย ตามแบบฉบับของระบอบทักษิณ ทำให้การซื้อที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 732 ไร่ ของวัดธรรมิการามวรวิหาร จังหวัดปทุมธานี โดยบริษัทอัลไพน์ ของนายเสนาะ เทียนทอง ซึ่งต่อมาขายให้กับ นช.ทักษิณ ที่มีกฎหมายห้ามซื้อขายที่ธรณีสงฆ์อยู่แล้ว เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย และลบล้างคำสั่งของกรมที่ดิน รวมทั้งความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ลงความเห็นว่า การโอนที่ ธรณีสงฆ์ ไปทำสนามกอล์ฟอัลไพน์ และบ้านจัดสรรนั้นทำไม่ได้ แต่ นช. ทักษิณซื้อที่ผืนนี้จากนายเสนาะ เทียนทองไปแล้ว ในราคา 500 ล้านบาท เมื่อสองปีก่อนหน้านี้ นายยงยุทธจึงถูกสั่งให้ทำเรื่องที่ผิด ให้กลายเป็นเรื่องที่ถูก
      เรื่องนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี รู้ดีที่สุด เพราะเขาเป็นคนแรก ที่เปิดเประเด็นการปล้นที่ธรณีสงฆ์นี้ขึ้นมา สมัยที่เป็นหัวหน้าพรรคมวลชน เป็นฝ่ายค้าน อภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้น ร่วมกับนายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2545
       
       ร.ต.อ.เฉลิมได้ไล่เรียงความผิดตั้งแต่สมัยเสนาะ เทียนทอง เป็นรมช.มหาดไทย เมื่อปี 2532 และไม่เซ็นอนุมัติที่ดินผืนนี้ให้เป็นที่ธรณีสงฆ์
      “นางเนื่อมได้เขียนพินัยกรรมเอาไว้อย่างชัดเจนว่า ที่มอบที่ดินจำนวนดังกล่าวให้กับวัดเพื่อประโยชน์ต่อการวิปัสสนา และที่ผ่านมาวัดธรรมมิการามวรวิหารได้แสดงความเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าว โดยวัดได้นำที่ดินไปให้กับประชาชนได้เช่าทำกิน ที่ดินดังกล่าวจึงเป็นที่ธรณีสงฆ์ตามมาตรา 33 ของ พ.ร.บ.สงฆ์ที่วัด คือที่ตั้งวัด ที่ธรณีสงฆ์คือสมบัติของวัด ซึ่งการโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์จะต้องออกด้วยกฎหมาย มิฉะนั้นจะไปซื้อขายไม่ได้”
       “มีขบวนการล็อบบี้เจรจาให้วัดขายที่ดินโดยการสร้างความสนิทสนม ตามกฎหมายระบุว่าหากขายที่ดินเกิน 50 ไร่ต้องได้รับการอนุมัติจาก รมว.มหาดไทย ดังนั้น รมว.มหาดไทยไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น นอกจากอนุมัติหรือไม่อนุมัติเท่านั้น” 
      จากนั้นได้พูดถึงกรณีขายที่ดินแห่งนี้ให้กับบริษัทอัลไพน์ โดยระบุถึงกรณีนางอุไรวรรณ เทียนทอง เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทนี้ด้วย
       “วันที่ 21 ส.ค.2533 มูลนิธิมหามกุฏฯ ได้รับโอนที่ดินมาเป็นของมูลนิธิ ปรากฏว่าวันเดียวกันมูลนิธิได้ขายที่ดินทั้งหมดให้กับบริษัทอัลไพน์กอล์ฟ เรียลเอสเตท และ บ.อัลไพน์กอล์ฟ สปอร์ตคลับ โดยผู้ถือหุ้นคือนางอุไรวรรณ เทียนทอง ภริยานายเสนาะ นายวิทยา เทียนทอง และนายชูชีพ หาญสวัสดิ์ รมว.เกษตรฯ ซึ่งบริษัทนี้ตั้งขึ้นก่อนที่จะมีการอนุมัตินิดเดียว พอซื้อที่มาแล้วก็เอาไปขายให้กับพรรคพวกของนายกฯ ( ทักษิณ ชินวัตร) ” 
      ร.ต.อ. เฉลิมอภิปราย ต่อไป ถึงกรณีนาย ยงยุทธออกคำสั่งที่ขัดกับความเห็นของกฤษฎีกา
      “11 เม.ย. 2545 เลขาธิการกฤษฎีกาได้ส่งหนังสือไปถึง รมว.มหาดไทยว่า การพิจารณายกเลิกคำสั่งกรมที่ดินเป็นที่ธรณีสงฆ์ไม่สามารถโอนได้นอกจากต้องออกเป็นกฎหมาย แต่ ร.ต.อ.ปุระชัยเก็บเรื่องเอาไว้ อยากให้ สังคมเห็นว่าการเอาที่ดินของยายเนื่อมไปขายจะต้องออกเป็นกฎหมาย กฤษฎีกาทั้งคณะบอกว่าผิด พวกท่านก็ยังบอกว่าถูก การแก้ปัญหาอย่างนี้เป็นการกวาดขยะไว้ใต้พรม ถ้ามีโอกาสเป็นรัฐบาลจะเอาให้ตาย” 
เสนาะ เทียนทอง
       วันที่ 12 มิถุนายน 2555 ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้พิจารณาไต่สวนนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่มิชอบสมัยดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย กรณีการซื้อขายที่ดินวัดธรรมามิการามโดยมิชอบ ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อเนื่องมาจากการชี้มูลความผิดของนายเสนาะ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่มีความผิดกรณีการจดทะเบียนโอนมรดกและโอนสิทธิขายที่ธรณีสงฆ์ของวัดธรรมามิการามวรวิหาร จ.ปทุมธานี จำนวน 732 ไร่ โดยมิชอบ
     ป.ป.ช.พบว่าในช่วงที่นายยงยุทธเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ใช้อำนาจรักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2545 ในการรับรองการซื้อขายที่ดินวัดธรรมาธิการรามกับบริษัท อัลไพน์ ว่ามีความถูกต้องตามกฎหมายแล้ว โดยยืนยันว่า การได้มาของที่ดินดังกล่าวมีความถูกต้อง ทั้งที่ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ธรณีสงฆ์ ไม่สามารถซื้อขายหรือโอนได้ จนกว่าจะมีการตราเป็นกฎหมายออกมา ต่อมาวันที่ 11 เมษายน 2545 คณะกรรมการกฤษฎีการะบุว่า การกระทำดังกล่าวของนายยงยุทธไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะที่ดินธรณีสงฆ์ไม่สามารถซื้อขายหรือโอนได้
     ดังนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาแล้ว จึงมีมติว่า การกระทำนายยงยุทธผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมีความผิดวินัยร้ายแรง ให้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
       
       ดวงวิญญาณของยายเนื่อม บนสรวงสวรรค์ คงเป็นสุข ที่ได้รับรู้ว่า บัดนี้ คนที่มีส่วนโกงเอาที่ดินของยายเนื่อมไปทำสนามกอล์ฟ อย่างน้อยหนึ่งคน ถูกตราหน้าว่า มีความผิด แต่ยายเนื่อมอย่างเพิ่งดีใจว่า นายยงยุทธจะต้องรับผิด เพราะคดีนี้ต้องผ่านอัยการสูงสุดก่อนจะไปถึงศาล ยายเนื่อมคงไม่รู้หรออกว่าทั้งนายยงยุทธและอัยการยุคนี้รับใช้นายคนเดียวกัน... 



ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:
ภาพจาก Internet
www.manager.co.th : 15 มิถุนายน 2555 19:16 น.


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น